
2026-04-01 12:36:50
ม่านม้วน Blackout 100% กับม่านม้วน Sunscreen 5% ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์
เจาะลึกความแตกต่างระหว่างม่านม้วนกันแสงทึบสนิทและม่านม้วนกรองแสง พร้อมคู่มือการเลือกซื้อฉบับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปลี่ยนบ้านคุณให้สวยโมเดิร์นและอยู่สบาย
ในยุคที่การตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นและมินิมอล (Minimalist) กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงสุด "ม่านม้วน" (Roller Blinds) ได้กลายมาเป็นไอเทมหลักที่นักออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Designer) และเจ้าของบ้านยุคใหม่เลือกใช้ ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย ไม่กินพื้นที่ ทำความสะอาดง่าย และไม่เก็บฝุ่น แต่เมื่อถึงเวลาต้องเลือกซื้อจริงๆ หลายคนมักจะพบกับคำถามยอดฮิตที่ว่า ม่านม้วน Blackout 100% กับ ม่านม้วน Sunscreen 5% ต่างกันอย่างไร? และควรจะเลือกแบบไหนไปติดตั้งในห้องไหนของบ้านถึงจะเหมาะสมที่สุด?
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงคุณสมบัติทางวิศวกรรมของเนื้อผ้า ข้อดี ข้อเสีย และเปรียบเทียบกันแบบจุดต่อจุด เพื่อให้คุณได้ข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุดก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ พร้อมอ้างอิงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้านผ้าม่านที่มีประสบการณ์กว่า 40 ปี อย่างร้านพานิชเจริญพร (Panicharoenporn)
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงประเภทของเนื้อผ้า เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทำไม ม่านม้วน ถึงได้รับความนิยมแซงหน้าผ้าม่านแบบดั้งเดิมในหลายๆ พื้นที่ ม่านม้วนคือผ้าม่านชนิดหนึ่งที่ใช้เทคนิคการม้วนเก็บผ้าขึ้นไปไว้ที่แกนหมุนด้านบน (Tube) ซึ่งอาจจะควบคุมด้วยระบบโซ่ดึงมือ (Manual Chain System) หรือระบบมอเตอร์ไฟฟ้า (Motorized System) ก็ได้
ม่านม้วน เป็นนวัตกรรมการบังตาและควบคุมแสงที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของผ้าม่านแบบเก่าๆ เช่น ปัญหาการอมฝุ่น ปัญหาความเกะกะพื้นที่ และปัญหาการซักทำความสะอาด ด้วยลักษณะที่แบนเรียบไปกับหน้าต่างเมื่อดึงลงมา และม้วนเก็บได้มิดชิดเมื่อดึงขึ้น ทำให้ม่านม้วนช่วยประหยัดพื้นที่ (Space-saving) ได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับที่อยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม หรือโฮมออฟฟิศที่มีพื้นที่จำกัด
นอกจากนี้ การที่ม่านม้วนทำจากวัสดุที่ผ่านการเคลือบพิเศษ (Coating) ทำให้ตัวผ้ามีความตึง คงรูป ไม่ยับ และที่สำคัญคือ "ไม่เก็บฝุ่น" จึงเป็นมิตรต่อผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ไม่มีเวลามาคอยถอดผ้าม่านซักบ่อยๆ
เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลาย นวัตกรรมสิ่งทอในปัจจุบันจึงได้พัฒนาเนื้อผ้าม่านม้วนออกมาหลายรูปแบบ โดยแบ่งหลักๆ ตาม "ความสามารถในการยอมให้แสงผ่าน" (Light Transmittance) ซึ่งตัวเอกของตลาดที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ ผ้าแบบทึบแสง (Blackout) และผ้าแบบกรองแสง (Sunscreen) นั่นเอง
หากคุณเป็นคนที่ต้องการความมืดสนิทในการพักผ่อน หรือต้องการควบคุมแสงสว่างอย่างเด็ดขาด ม่านม้วน Blackout 100% คือคำตอบสุดท้ายที่คุณตามหา
ม่านม้วนประเภท Blackout คือม่านม้วนที่ผลิตจากเส้นใย Polyester 100% และมีการเคลือบด้านหลังผ้า (Backing) ด้วยวัสดุทึบแสงพิเศษหลายชั้น ซึ่งในรุ่นคุณภาพสูงอย่างของร้านพานิชเจริญพร จะมีอัตราการส่องผ่านของแสง (Openness Factor) อยู่ที่ 0% หมายความว่า เมื่อคุณดึงม่านม้วนชนิดนี้ลงมาจนสุด จะไม่มีแสงแดดหรือแสงสว่างจากภายนอกเล็ดลอดผ่านเนื้อผ้าเข้ามาในห้องได้เลยแม้แต่นิดเดียว (100% Light Blocking)
ป้องกันแสงแดดและรังสี UV ได้ 100% : ปกป้องผิวพรรณของคุณและเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงภายในบ้านไม่ให้ซีดจางหรือเสื่อมสภาพจากการถูกแดดเลีย
ลดอุณหภูมิและประหยัดค่าไฟ (Energy Saving) : ด้วยความที่แสงแดดและความร้อนไม่สามารถทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาได้ ทำให้ห้องเย็นลงอย่างรวดเร็ว เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
มอบความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด (Maximum Privacy) : ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน เมื่อปิดม่านแล้ว คนภายนอกจะไม่สามารถมองเห็นกิจกรรมใดๆ ภายในห้องได้เลย แม้กระทั่งเงา
เพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับ : ความมืดสนิทจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเมลาโทนิน (Melatonin) ได้ดีขึ้น ทำให้คุณหลับสนิทและตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เหมาะมากสำหรับผู้ที่ทำงานเป็นกะ (Shift Worker) และต้องนอนกลางวัน
ห้องนอน (Bedroom) : พื้นที่ที่ต้องการความมืดและความสงบ เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่
ห้องโฮมเธียเตอร์ (Home Theater) : ป้องกันแสงสะท้อนบนหน้าจอทีวีหรือโปรเจกเตอร์ ทำให้ได้อรรถรสในการรับชมภาพยนตร์สูงสุด
ห้องประชุม (Meeting Room) : เหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกับเครื่องฉายโปรเจกเตอร์
ห้องที่รับแดดทิศตะวันตก : ซึ่งเป็นทิศที่รับความร้อนจัดในช่วงบ่าย ม่านม้วน Blackout จะช่วยสะท้อนความร้อนและกันแสงจ้าได้อย่างเด็ดขาด
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ต้องการความมืดมิด แต่ต้องการความร่มรื่น สบายตา และยังอยากมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอก ม่านม้วน Sunscreen 5% คือนวัตกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคุณ
ม่านม้วน Sunscreen (ม่านม้วนซันสกรีน) เป็นม่านที่ถักทอขึ้นมาในลักษณะตาข่ายขนาดเล็ก (Mesh-like woven) วัสดุส่วนใหญ่ผลิตจากการผสมผสานกันระหว่าง Polyester และ PVC (เช่น Polyester 35% + PVC 65% ในรุ่นยอดนิยมของพานิชเจริญพร) ซึ่งทำให้ตัวผ้ามีความแข็งแรง ทนต่อแสงแดด และทำความสะอาดง่าย
คำว่า "5%" ในที่นี้หมายถึง Openness Factor หรืออัตราการรอดผ่านของแสง ซึ่งหมายความว่าเนื้อผ้าชนิดนี้จะยอมให้แสงแดดและอากาศรอดผ่านช่องว่างของการถักทอเข้ามาได้ 5% ในขณะที่อีก 95% จะถูกกรองและสะท้อนออกไป (ม่าน Sunscreen ในท้องตลาดมักมีให้เลือกตั้งแต่ 1%, 3%, 5% และ 10% ซึ่ง 5% ถือเป็นความสมดุลที่ลงตัวที่สุดระหว่างการกันแสงและการมองเห็น)
ป้องกันรังสี UV โดยที่ห้องไม่มืดทึบ : สามารถลดความร้อนและรังสี UV ได้สูงถึง 95% แต่ยังคงปล่อยให้แสงธรรมชาติ (Natural Light) เข้ามาสร้างความสว่างภายในห้องได้อย่างนุ่มนวล
รักษาทัศนียภาพ (View Retention) : จุดเด่นที่สุดของม่านชนิดนี้คือ ในเวลากลางวัน คุณสามารถมองทะลุผ่านม่านออกไปเห็นวิวสวน วิวเมือง หรือสระว่ายน้ำนอกบ้านได้ ทำให้ห้องดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด
พรางสายตาจากภายนอกในเวลากลางวัน : ในเวลากลางวันที่มีแสงสว่างด้านนอกมากกว่าด้านใน คนภายนอกจะมองไม่เห็นภายในห้องของคุณ ถือเป็นการรักษาความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี
อากาศถ่ายเทได้ (Breathability) : เนื่องจากมีรูพรุนขนาดเล็ก ทำให้ความร้อนไม่สะสมตัวอยู่หลังม่านมากจนเกินไป
ห้องนั่งเล่น (Living Room) : ช่วยกรองแสงให้ดูทีวีได้สบายตา แต่ยังคงมองเห็นลูกๆ วิ่งเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้านได้
ออฟฟิศและสำนักงาน (Office Space) : ลดแสงจ้าที่สะท้อนหน้าจอคอมพิวเตอร์ (Glare Reduction) แต่ยังคงบรรยากาศการทำงานที่สว่างและมีชีวิตชีวา
ร้านกาแฟ / คาเฟ่ (Cafe & Restaurant) : สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นนุ่มนวล ลูกค้าสามารถนั่งจิบกาแฟพร้อมชมวิวภายนอกได้โดยไม่ร้อน
ระเบียงคอนโดหรือห้องชมวิว : เหมาะกับพื้นที่ที่มีหน้าต่างบานใหญ่ (Curtain wall) และต้องการใช้ประโยชน์จากทัศนียภาพรอบด้าน
เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เรามาเปรียบเทียบความแตกต่างของคุณสมบัติด้านต่างๆ แบบหมัดต่อหมัดกันครับ
Blackout 100% : ปิดกั้นแสงได้ 100% ทำให้ห้องมืดสนิทเหมือนปิดไฟ แม้จะเป็นเวลาเที่ยงวันที่มีแดดจัด
Sunscreen 5% : ยอมให้แสงเข้ามาได้ 5% ทำให้ห้องมีความสว่างแบบซอฟต์ๆ (Soft light) ช่วยลดความจ้าของแสงอาทิตย์ แต่ไม่ทำให้ห้องมืด
Blackout 100% : ทึบสนิท มองทะลุไม่ได้เลยทั้งจากด้านในและด้านนอก ให้ความเป็นส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง
Sunscreen 5% : ข้อควรระวังสำคัญ! ในเวลากลางวัน คนข้างในมองเห็นข้างนอก แต่คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็น อย่างไรก็ตาม ในเวลากลางคืน เมื่อคุณเปิดไฟในห้อง คนข้างนอกจะสามารถมองทะลุเข้ามาเห็นภายในห้องได้อย่างชัดเจน ดังนั้นม่านม้วน Sunscreen จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ในห้องนอนหรือห้องน้ำ หากไม่มีการติดตั้งม่านชนิดอื่นทับอีกชั้น
Blackout 100% : สามารถบล็อกรังสี UV และความร้อนได้ดีที่สุด เนื่องจากแผ่นเคลือบด้านหลังผ้าทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Sunscreen 5% : บล็อกรังสี UV ได้ 95% ซึ่งถือว่าดีมาก แต่ยังมีความร้อนบางส่วนที่เดินทางมาพร้อมกับแสง 5% ที่ทะลุเข้ามาได้ ดังนั้นในด้านการลดอุณหภูมิ Blackout จะทำได้เหนือกว่า
Blackout 100% : เนื้อผ้ามีความหนา ทึบ มีน้ำหนัก (Weight ประมาณ 240 g/m2) ผิวสัมผัสอาจมีความเรียบลื่นหรือมีลวดลายแบบผ้า (Fabric look) ขึ้นอยู่กับรุ่น
Sunscreen 5% : เนื้อผ้ามีลักษณะเป็นตาข่ายโพลีเมอร์ (น้ำหนักประมาณ 440 g/m2) โครงสร้างจะมีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อความชื้นได้ดีกว่า และให้ความรู้สึกเป็นแนวอุตสาหกรรม (Industrial) หรือโมเดิร์นคลาสสิก
การลงทุนกับผ้าม่านถือเป็นการลงทุนระยะยาว เพราะเรามักจะติดตั้งกันครั้งเดียวและใช้งานกันไปหลายสิบปี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ นี่คือเทคนิคการเลือกซื้อม่านม้วนเพื่อประยุกต์ใช้กับบ้านของคุณแบบเจาะลึก
ทิศทางของหน้าต่างคือปัจจัยอันดับแรกที่ต้องพิจารณา
หน้าต่างทิศใต้และทิศตะวันตก : เป็นทิศที่รับแดดบ่ายซึ่งมีความร้อนและแสงจ้ามากที่สุด แนะนำให้ใช้ ม่านม้วน Blackout 100% เพื่อสกัดกั้นความร้อน หรือหากต้องการใช้ Sunscreen ควรเลือกรุ่นที่มีสีเข้ม (เช่น สีดำ หรือสีเทาเข้ม) เพราะสีเข้มจะช่วยลดแสงสะท้อนและทำให้มองเห็นวิวข้างนอกได้ชัดเจนกว่าม่าน Sunscreen สีขาว
หน้าต่างทิศเหนือและทิศตะวันออก : รับแดดเช้าที่แสงไม่แรงมากนัก การใช้ ม่านม้วน Sunscreen 5% หรือม่านม้วนแบบ Dimout (กันแสง 70%) ก็เพียงพอที่จะให้ความร่มรื่นและรับแสงเช้าที่สวยงามได้
การเลือกผ้าม่านต้องล้อไปกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต:
อยากนอนตื่นสายในวันหยุด -> ขาดไม่ได้เลยสำหรับ ม่าน Blackout 100%
มีสวนสวยหน้าบ้าน อยากนั่งจิบกาแฟชมวิว -> ต้องจัด ม่าน Sunscreen 5%
อยากได้ทั้งสองอย่างในห้องเดียว? -> คุณสามารถติดตั้ง "ม่านม้วน 2 ชั้น" (Double Roller Blinds) ได้! โดยการติดตั้งระบบรางคู่ ชั้นหนึ่งเป็น Sunscreen สำหรับใช้ตอนกลางวัน และอีกชั้นเป็น Blackout สำหรับดึงลงมาปิดทับตอนกลางคืน ถือเป็นโซลูชันแบบ Ultimate ที่ตอบโจทย์ครบทุกฟังก์ชัน
แม้คุณจะเลือกชนิดผ้าได้ถูกต้อง แต่หากระบบรางลูกกลิ้ง (Roller Tube) โซ่ดึง หรือการตัดเย็บไม่ได้มาตรฐาน ม่านม้วนอาจจะเอียง รูดไม่ขึ้น หรือผ้าหลุดรุ่ยได้ง่าย
เราขอแนะนำให้เลือกซื้อจากร้านที่มีประสบการณ์และความชำนาญสูง เช่น ร้านผ้าม่าน พานิชเจริญพร (Panicharoenporn) ซึ่งเปิดให้บริการมายาวนานกว่า 50 ปี มีสต๊อกสินค้าขนาดใหญ่ ทั้งแบบม่านม้วนสำเร็จรูป (DIY) ที่คุณสามารถซื้อไปติดตั้งเองได้ในราคาประหยัด (เริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาท) ไปจนถึงบริการสั่งตัด (Custom-made) พร้อมทีมช่างผู้ชำนาญงานเข้าไปประเมินและติดตั้งให้ถึงที่บ้าน มั่นใจได้ในคุณภาพของวัสดุ Polyester และ PVC ที่ผ่านมาตรฐานระดับสากล
A: ม่านม้วนทำความสะอาดได้ง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องถอดซักเหมือนผ้าม่านทั่วไป
สำหรับการดูแลปกติ: ใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น หรือใช้เครื่องดูดฝุ่น (หัวแปรงนุ่ม) ดูดทำความสะอาดเดือนละ 1-2 ครั้ง
หากมีรอยเปื้อน: ใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนๆ บิดให้หมาด แล้วเช็ดเบาๆ บริเวณที่มีรอยเปื้อน จากนั้นปล่อยให้แห้ง ห้ามใช้สารเคมีรุนแรงหรือนำไปซักในเครื่องซักผ้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้สารเคลือบกันแสงเสื่อมสภาพ
A:ทำได้ง่ายมากครับ! ปัจจุบันมี ม่านม้วนสำเร็จรูป DIY จำหน่าย (เช่นที่ร้านพานิชเจริญพร) ซึ่งในชุดจะประกอบด้วยตัวม่านและขารับ (Bracket) ขั้นตอนเพียงแค่วัดระยะหน้าต่าง เจาะรูยึดขารับเข้ากับผนังหรือเพดานด้วยพุกและน็อต จากนั้นนำแกนม่านม้วนเข้าไปล็อค (Click-in) ก็พร้อมใช้งานทันที ผู้หญิงหรือผู้ที่ไม่มีพื้นฐานช่างก็สามารถทำตามคู่มือได้สบายๆ
A: ตามหลักการสะท้อนของแสง ม่านม้วน Sunscreen "สีเข้มหรือสีดำ" จะช่วยให้คุณมองเห็นวิวภายนอกในเวลากลางวันได้ "ชัดเจนกว่า" สีขาวครับ เพราะสีดำจะดูดซับแสง ไม่เกิดแสงสะท้อนจ้า (Glare) เข้าตาเรา ในขณะที่สีขาวจะสะท้อนแสงแดด ทำให้เกิดความสว่างจ้าบนผืนผ้า จนสายตาเรามองทะลุออกไปได้ยากกว่า ดังนั้นร้านกาแฟหรือโรงแรมที่มีวิวสวยๆ จึงมักนิยมใช้ม่าน Sunscreen สีดำหรือสีเทาเข้มครับ
สรุปให้เข้าใจง่ายๆ เลยคือ ม่านม้วน Blackout 100% คือเทพเจ้าแห่งการบล็อกแสง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความมืดสนิท ความเป็นส่วนตัวสูงสุด และต้องการลดความร้อนเพื่อประหยัดแอร์ (เช่น ห้องนอน ห้องประชุม) ในขณะที่ ม่านม้วน Sunscreen 5% คือไอเทมแต่งบ้านสุดชิคที่ช่วยกรองแสงแดดจ้า ลดรังสี UV แต่ยังคงรักษาความสว่างและยอมให้คุณชื่นชมวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ (เช่น ห้องนั่งเล่น ออฟฟิศ คาเฟ่) การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับฟังก์ชันของแต่ละห้องเป็นหลัก หรือถ้าเลือกไม่ได้ การติดตั้งแบบระบบรางคู่ (Double Roller) ก็เป็นทางออกที่เพอร์เฟกต์ที่สุด
หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้และรู้แล้วว่าบ้านของคุณเหมาะกับม่านม้วนแบบไหน แต่ยังไม่มั่นใจเรื่องการวัดขนาด หรือกำลังมองหาสินค้าคุณภาพพรีเมียมในราคาส่ง
ให้ "พานิชเจริญพร" ช่วยเนรมิตบ้านคุณให้สวยสงบและเย็นสบายที่สุดครับ! ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี เราคือร้านขายส่งและขายปลีกผ้าม่านอันดับ 1 ของไทย มีสินค้าให้เลือกครบทุกแบบ ทุกสี ทั้งม่านม้วน Blackout, Sunscreen, Dimout และมู่ลี่ พร้อมทีมช่างชำนาญงานที่พร้อมให้บริการติดตั้งแบบครบวงจร
สนใจสอบถามราคาหรือขอคำปรึกษาฟรี ได้เลยที่: 📍 หน้าร้าน: 292-294 ถนนพาหุรัด (ตรงข้าม KFC The Old Siam Plaza จอดรถได้ที่ The Old Siam)
⏰ เวลาทำการ: 9:00 - 17:00 น.
📱 Line Official: @panicharoenporn (มี @ ด้านหน้า)
🌐 เว็บไซต์: panicharoenporn.com
คลิกเลย! เพื่อรับโปรโมชั่นม่านม้วนสำเร็จรูป ราคาพิเศษเฉพาะเดือนนี้ ให้พานิชเจริญพรเปลี่ยนที่พักอาศัยของคุณให้กลายเป็น "พื้นที่ที่คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขที่สุด"
Blackout
vs